ปัญหาหลุมสิว แก้ไขอย่างตรงจุด

ผิวหน้าเหมือนเปลือกส้มหรือปัญหาหน้าไม่เนียนจาก ‘หลุมสิว’ ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่กวนใจใครหลาย ๆ คน ที่ถึงแม้จะดูเป็นเรื่องธรรมดาจากการอักเสบของสิวบนใบหน้า แต่เมื่อผิวหน้าเกิดปัญหาหลุมสิวแล้ว ควรต้องรักษาให้ถูกวิธีเพื่อให้ผิวหน้ากลับมาเรียบเนียนได้มากที่สุด เพื่อการรักษาที่ถูกวิธีนั้น สิ่งสำคัญคือต้องรู้จักปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาหลุมสิว ลักษณะหลุมสิวแต่ละประเภท การป้องกันและการดูแลตัวเองเมื่อเกิดหลุมสิว 

 

รู้จักปัญหา ‘หลุมสิว’ แก้ได้อย่างตรงจุด

หลุมสิว (Atrophic Scars) เกิดจากการอักเสบของสิวที่ลึกลงไปถึงชั้นผิวหนังแท้ ทำให้คอลลาเจน (Collagen) บริเวณนั้นถูกทำลาย ส่งผลให้ผิวหนังยุบและตื้นลง ถึงแม้ผิวบริเวณนั้นจะหายจากอาการสิวอักเสบแล้ว แต่เมื่อคอลลาเจนใต้ชั้นผิวถูกทำลาย ร่างกายจะสร้างพังผืดขึ้นมาทดแทน ทำให้กลายเป็นหลุมสิวในที่สุด นอกจากนี้ปัญหาหลุมสิวยังถูกกระตุ้นด้วยการบีบสิวอย่างผิดวิธีจนทำให้สิวอุดตันกลายเป็นสิวอักเสบและก่อให้เกิดหลุมสิวได้เช่นกัน โดยความรุนแรงของหลุมสิวสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับหลัก ๆ คือ

1. Ice Pick Scar

ถือเป็นหลุมสิวที่มีระดับรุนแรงที่สุดและรักษาได้ยากมาก เนื่องจากมีลักษณะเป็นหลุมลึก มีปากหลุมที่แคบ และขอบแผลไม่เรียบ หลุมสิวชนิดนี้มักเกิดจากการกดหรือบีบสิวอุดตัน ทำให้ตัวหลุมมีความลึกถึงชั้นผิวหนังกำพร้าหรือเนื้อเยื่อชั้นใต้ผิวหนัง การรักษาต้องใช้เวลานานและทำได้แค่ช่วยให้รอยหลุมสิวตื้นขึ้นมาเท่านั้น โดยลักษณะรอยแผลชนิดนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

– รอยแผลเป็นชนิดตื้น (Shallow Scar) มีความลึกอยู่ที่ 0.1-0.5 มิลลิเมตร

– รอยแผลเป็นชนิดลึก (Deep Scar) มีความลึกมากกว่าหรือเท่ากับ 0.5 มิลลิเมตร

2. Box Scar

หลุมสิวที่มีระดับความรุนแรงปานกลาง จะมีลักษณะเป็นบ่อ มีขอบแผลชัดเจน โดยมีขอบเขตกว้างประมาณ 3-4 มิลลิเมตร ปากหลุมและก้นหลุมมีความกว้างเท่า ๆ กัน ซึ่งขอบเขตของหลุมสิวแบบ Box Scar จะกว้างกว่าระดับ Ice Pick Scar แต่จะมีความตื้นมากกว่า เพราะกินความลึกถึงบริเวณชั้นผิวเท่านั้น ไม่ลึกถึงรูขุมขนหรือชั้นผิวหนังแท้ การรักษาสามารถใช้ยาทาควบคู่ไปกับการทำทรีตเมนต์ได้ แต่อาจเหลือร่องรอยจุดด่างดำอยู่บ้าง การเกิดหลุมสิวแบบ Box Scar นี้ นอกจากเกิดจากปัญหาสิวแล้วยังสามารถเกิดจากแผลอีสุกอีใสได้อีกด้วย

3. Rolling Scar

หลุมสิวในระดับทั่วไป มีลักษณะเป็นหลุมสิวตื้น ๆ ประมาณ 4-5 มิลลิเมตร มีขนาดกว้าง กินพื้นที่แค่ส่วนบนของผิวเพียงเล็กน้อย ไม่ลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ มักเกิดจากการแกะหรือเกาบริเวณสิวที่อยู่ในระดับที่ไม่ลึกมาก Rolling Scar คือหลุมสิวประเภทที่รักษาได้ง่ายกว่าระดับอื่น ๆ โดยสามารถใช้ยาทาเพื่อการเติมเต็มเนื้อผิว และใช้เวลาไม่นานในการฟื้นฟูผิวเพื่อให้กลับมาเป็นปกติ

วิธีการดูแลตัวเองเมื่อเกิดหลุมสิว 

– หมั่นทำความสะอาดผิวเพื่อลดแบคทีเรียที่จะนำไปสู่การเกิดสิวอักเสบ โดยการล้างหน้าให้สะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง 
– ทายาที่มีส่วนผสมของกรดและวิตามินเอ รวมถึงทำทรีตเมนต์เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และฟื้นฟูผิวหนัง
– งดการสัมผัสบริเวณที่เกิดสิว เช่น ลูบ แคะ เกา และบีบ
– หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำหอม น้ำมัน และไวท์เทนนิ่ง
– งดแต่งหน้า หรือใช้เครื่องสำอางเพื่อกลบรอยหลุมสิว
– หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

การแก้ปัญหาหลุมสิว

เมื่อทราบถึงประเภทของหลุมสิว และรูปแบบของหลุมสิวที่กำลังพบเจอแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการเรียนรู้วิธีการรักษาหลุมสิวว่ามีวิธีการดูแลรักษาอย่างไรบ้าง โดยในปัจจุบัน การรักษาถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ตามระดับความรุนแรง 

การรักษาหลุมสิวนั้นทำได้ยากและใช้ระยะเวลานานกว่าแบบอื่น โดยอาจต้องใช้ระยะเวลามากถึง 6 เดือนขึ้นไป จึงต้องอาศัยความใจเย็นและความต่อเนื่องสม่ำเสมอในการรักษาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

1. การรักษาด้วยการทายา

เป็นวิธีการรักษาที่เหมาะสำหรับรอยหลุมสิวตื้น ๆ มักจะเป็นรอยหลุมสิวระดับทั่วไป หรือแอ่งกระทะ (Rolling scar) โดยการรักษาด้วยการทายานั้น ตัวยาที่นำมาใช้มีคุณสมบัติทำให้ผิวตื้นขึ้นซึ่งจะมีหลายชนิดด้วยกัน เช่น การใช้ยารักษาที่มีกรด TCA เพื่อช่วยเร่งผิวใหม่ให้เกิดการแบ่งตัวเร็วขึ้นและช่วยให้รอยหลุมสิวค่อย ๆ ตื้นขึ้น หรือการใช้ยารักษาที่มีตัวยา Retin A เพื่อเป็นการช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ข้อดีของวิธีการรักษาแบบทายา คือสามารถช่วยลดรอยแดง รอยดำจากสิว ควบคู่กับการแก้ปัญหาหลุมสิวได้อีกด้วย

2. การรักษาด้วยการทานยา

การรักษาด้วยการทานยานั้น ทางแพทย์จะใช้ตัวยาที่มีการสกัดจากอนุพันธ์ของวิตามินเอ หรือ Retinoids เป็นหลัก ซึ่งจะถูกนำมาใช้เมื่อมีปัญหาอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ปัญหาสิวอักเสบ การทานยากลุ่มของกรดวิตามินเอจะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในการสร้างผิวใหม่เพื่อเติมเต็มรอยหลุมสิวและช่วยควบคุมความมันบนใบหน้า ถึงแม้ว่าการรับประทานยาจะมีคุณสมบัติหลายด้าน แต่ตัวยานั้นมีผลต่อไขมันในร่างกาย ซึ่งอาจส่งผลข้างเคียงทำให้ตาแห้ง ผิวแห้ง ปากแห้งร่วมด้วย การรับประทานยาจึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

3. การรักษาด้วยเครื่องมือแพทย์

การรักษาด้วยเครื่องมือแพทย์ เป็นการรักษาภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหลุมสิวในระดับรุนแรง หรือขนาดใหญ่ ทั้งระดับ Ice Pick Scar และ Box Scar โดยใช้หลักการรักษาด้วยการทำลายพังผืดที่ดึงรั้ง ควบคู่กับการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน การรักษาหลุมสิวด้วยเครื่องมือแพทย์จะรักษาควบคู่กับการทานยา การทายารักษา การใช้ครีมบำรุงผิวและครีมกันแดด ซึ่งเครื่องมือแพทย์ที่ใช้ในการรักษาหลัก ๆ คือ 
– การตัดพังผืดใต้ชั้นผิวหนัง (Subcision) 
– การเลเซอร์หลุมสิว
การฉีดฟิลเลอร์เติมหลุมสิว
การใช้คลื่นวิทยุ (Radiofrequency – RF) 
การศัลยกรรมผ่าตัดหลุมสิว (Punch Excision & Grafting)

นวัตกรรมรักษาหลุมสิวด้วย Venus Viva

Venus Viva จาก MOLYN Clinic คือสุดยอดนวัตกรรมรักษาหลุมสิว โดยการทำให้ผิวชั้นบนเกิดบาดแผล และปล่อยพลังงานเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิวให้มีการจัดเรียงตัวใหม่ ทำให้รูขุมขนหรือหลุมสิวแลดูตื้นมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้นวัตกรรม Venus Viva ยังช่วยรักษาปัญหาผิวอื่น ๆ เช่น กระชับรูขุมขน ลดรอยแตกลาย ลดเลือนริ้วรอยและร่องลึก เพื่อให้ผิวหน้ากระจ่างใสเรียบเนียนมากขึ้น นวัตกรรม Venus Viva นี้ยังมาพร้อมกับ 2 แอปพลิเคเตอร์ คือ

1. NanoFractional RF นวัตกรรมที่มาพร้อมกับหัวทิปหัวเข็มขนาดเล็กทว่าพลังงานสูง ในการดูแลปัญหารูขุมขนกว้าง หลุมสิว ริ้วรอยร่องลึก รวมถึงรอยแตกลายและปัญหาเม็ดสีผิวต่าง ๆ เพื่อให้เกิดบาดแผลขนาดเล็กและรอยแดงบนผิวหนังชั้นบน ไปพร้อมกับการส่งพลังงานความร้อนเพื่อสะสมอุณหภูมิและไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิว เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมพลังงานที่ปล่อยออกมาให้มีความแม่นยำและลดความเสี่ยงของการเกิดรอยดำจากการอักเสบ (PIH)3 ด้วยเทคโนโลยี SMARTSCAN™

2. DIAMONDPOLAR™ นวัตกรรมการรักษาหลุมสิวที่มาพร้อมกับหัวแอปพลิเคเตอร์ที่มีคุณสมบัติในการลดเลือนริ้วรอยและร่องลึกบนใบหน้าไปพร้อมกับการกระชับผิว ด้วยการผสานเทคโนโลยีคลื่นวิทยุหลายขั้ว Multi-Polar Radio Frequency (RF) ในการสะสมความร้อนใต้ชั้นผิว สลายไขมันส่วนเกิน พร้อมกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ร่วมกับ Pulsed Electro Magnetic Fields (PEMF) หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าพลังงานต่ำที่ช่วยให้ผิวบริเวณนั้น ๆ ตื้น เรียบเนียน และกระชับมากยิ่งขึ้น

นวัตกรรม Venus Viva เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหลุมสิว รูขุมขนกว้าง ร่องลึก-ตื้น ริ้วรอยแห่งวัย รวมถึงปัญหารอยแตกลายและรอยแผลเป็น โดยใช้เวลาเพียง 15-30 นาทีและสามารถเห็นความกระจ่างใสของใบหน้าทันทีหลังการทำ โดยแนะนำให้ทำซ้ำต่อเนื่อง 3-5 ครั้ง ห่างกันทุก ๆ 4-6 สัปดาห์ เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ชัดเจนมากขึ้น นอกจากนี้ยังหมดห่วงเรื่องความปลอดภัยเพราะตัวเครื่องนำเข้าจากประเทศแคนาดา และได้รับมาตรฐานความปลอดภัยจาก US FDA และอย.ไทย

ปรึกษาปัญหาผิวหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

คลิก: m.me/molynclinic 

Line: @molynclinic (คลิก: https://lin.ee/ow2mMnH)